วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

นครปฐมน่าอยู่

ประวัติความเป็นมา 

 "นครปฐม" เป็นอู่อารยธรรมสำคัญที่มีประวัติความเป็นมายาวนานในแผ่นดินสุวรรณภูมิ  จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์กล่าวว่า เมืองนครปฐมแต่เดิมนั้นตั้งอยู่ริมทะเล เป็นเมืองเก่าแก่ มีความเจริญรุ่งเรืองมานับตั้งแต่สมัยสุวรรณภูมิ และเป็นราชธานีสำคัญในสมัยทวารวดี  ในยุคนั้นนครปฐมเป็นแหล่งเผยแพร่อารยธรรมจากประเทศอินเดีย ซึ่งรวมทั้งพุทธศาสนา นครปฐมจึงเป็นศูนย์กลางของความเจริญมีชนชาติต่าง ๆ อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่เป็นจำนวนมากต่อมาได้เกิดความแห้งแล้งขึ้น ในเมืองนครปฐม เพราะกระแสน้ำ ที่ไหลผ่านตัวเมืองเปลี่ยนเส้นทางประชาชนจึงอพยพไปตั้งหลักแหล่งอยู่ริมน้ำ และสร้างเมืองใหม่ขึ้นชื่อ นครชัยศรี หรือ ศรีวิชัย นครปฐมจึงกลายเป็นเมืองร้างมเป็นเวลาหลายร้อยปีจนกระทั่งพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่ขณะที่ยังทรงผนวชอยู่ได้ธุดงค์ไปพบพระปฐมเจดีย์ และทรงเห็นว่าเป็นเจดีย์องค์ใหญ่ไม่มีที่ไหนเทียบเท่าครั้งเมื่อพระองค์ได้ทรงครองราชย์จึงโปรดฯให้ก่อเจดีย์แบบลังกาครอบเจดีย์เดิมไว้ ทรงปฏิสังขรณ์สิ่งต่างๆในบริเวณองค์พระปฐมเจดีย์ ให้มีสภาพดีและโปรดฯให้ขุดคลองเจดีย์บูชาเพื่อให้การ คมนาคมสะดวกขึ้นและต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 5 ได้เริ่มก่อสร้างทางรถไฟสายใต้้ไปยังเมืองนครปฐมแต่ตอนนั้นเมืองนครปฐมยังเป็น ป่ารกอยู่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงโปรดเกล้าฯให้ย้ายเมืองจากตำบลท่านาอำเภอนครชัยศรีมาตั้งที่ บริเวณพระปฐมเจดีย์ เหมือนเช่นครั้งสมัยโบราณ ต่อมาในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้โปรดฯ ให้สร้างพระราชวัง สนามจันทร์ เป็นที่เสด็จแปรพระราชฐานและโปรดฯ ให้ตัดถนนเพิ่มขึ้นอีกหลายสายรวม ทั้งสร้างสะพานใหญ่ข้างคลองเจดีย์บูชาและได้โปรดให้เปลี่ยนชื่อจากเมือง " นครชัยศรี " เป็น " นครปฐม "

ข้อมูลจังหวัดนครปฐม และสถานที่ท่องเที่ยว 


พระปฐมเจดีย์
พระปฐมเจดีย์ หรือเดิมเรียกว่า พระธมเจดีย์ มีฐานะเป็นมหาธาตุหลวง ของแผ่นดินสุวรรณภูมิ ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชวินิจฉัยว่า พระธมเจดีย์องค์นี้ อาจเป็นเจดีย์ที่สร้างขึ้น เมื่อคราวที่พระสมณทูต ในพระเจ้าอโศกมหาราช เดินทางมาเผยแผ่ศาสนายังสุวรรณภูมิ ก็เป็นได้ เพราะพระเจดีย์เดิม มีลักษณะทรงโอคว่ำ หรือทรงมะนาวผ่าซีก แบบเดียวกับพระสถูปสาญจี แต่ปรากฏว่ามียอดเป็นแบบปรางค์ ซึ่งพระองค์ฯ ทรงมีพระราชวินิจฉัยว่า อาจมีเจ้านายพระองค์ใดมาบูรณะไว้ก็เป็นได้ ซึ่งตรงกับความในศิลาจารึกหลักที่ 2 (ศิลาจารึกวัดศรีชุม) ของ พระมหาเถรศรีศรัทธาฯ อันได้กล่าวไว้ว่า พระมหาเถรศรีศรัทธาฯ ท่านทรงได้แวะมาบูรณะพระธมเจดีย์องค์นี้ ก่อนที่ท่านจะเดินทางกลับเมืองราด เมื่อคราวที่ท่านเสด็จกลับจากศึกษาพระพุทธศาสนาที่ลังกา ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงพระราชทานนามใหม่ว่า พระปฐมเจดีย์ ด้วยทรงเชื่อ ว่านี่คือเจดีย์แห่งแรกของสุวรรณภูมิ นั่นเอง
 
 ประวัติพระราชวังสนามจันทร์
     พระราชวังสนามจันทร์ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกขององค์พระปฐมเจดีย์ ๑ กิโลเมตร ตั้งอยู่บนพื้นที่ที่เรียกว่าหมู่บ้านเนินปราสาท ซึ่งสันนิษฐานว่า แต่เดิมนั้นพื้นที่บริเวณหมู่บ้านเนินปราสาทนั้นเคยเป็นที่ตั้งของพระราชวังของพระมหากษัตริย์ในสมัยโบราณ เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีลักษณะเป็นเนิน และมีคูน้ำล้อมรอบ โดยบริเวณใกล้ๆกับเนินปราสาทนี้จะมีสระน้ำอยู่แห่งหนึ่งมีชื่อเรียกขานกันว่า สระน้ำจันทร์ ซึ่งในอดีตนั้นสันนิษฐานว่าเคยเป็นบ่อน้ำที่ใช้ในการทำพิธีดื่มน้ำสัตยาบรรณ ซึ่งภายหลังรัชกาลที่ ๖ ได้ทรงนำชื่อสระน้ำจันทร์มาตั้งเป็นชื่อของพระราชวังสนามจันทร์แห่งนี้ โดยในปัจจุบันสระน้ำจันทร์มีชื่อเรียกว่า สระบัวนั่นเอง
     โดยพระราชวังสนามจันทร์นั้นพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ ทรงมีพระราชดำริที่จะสร้างพระราชวังขึ้นเพื่อใช้ในการแปรพระราชฐานมาประทับ ณ จังหวัดนครปฐม เพื่อมาสักการะองค์พระปฐมเจดีย์ และดูแลงานด้านการบูรณะองค์พระปฐมเจดีย์ โดยได้ทรงเลือกพื้นที่บริเวณหมู่บ้านเนินปราสาทในการก่อสร้างพระราชวัง โดยได้พื้นที่ทั้งหมด ๘๘๘ ไร่ ๓ งาน ๒๔ ตารางวา เริ่มทำการก่อสร้างในปีพุทธศักราช ๒๔๕๐ ออกแบบและควบคุมการก่อสร้างโดย พระยาวิศุกรรมศิลป์ประสิทธิ์ หรือ น้อย  ศิลป์
จัดทำโดย น.ส.รัชนก  แก้วนาวงศ์

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น